บทความสุขภาพเดือน เม.ย.๖๓

ดาวน์โหลด

อาหารช่วยลดภาวะกรดไหลย้อน

          อาการกรดไหลย้อยเกิดจากความผิดปกติของหูรูดส่วนปลายหลอดอาหาร หรือความผิดปกติของการบีบตัวของหลอดอาหาร ทำให้กรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาสู่หลอดอาหารได้มากขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกต้อง เช่น กินอาหารเสร็จแล้วนอนทันที กินอาหารมันๆ หรือกินเยอะเกินไป

          ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อลดความเสี่ยงกรดไหลย้อนมีดังนี้

          ๑.อาหารที่ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร เช่น รสจัด เผ็ดจัด

          ๒.อาหารที่ค้างอยู่ในกระเพาะอาหารได้นาน เช่น อาหารที่มีไขมันสูง อาหารทอด อาหารผัดน้ำมันมากๆ

          ๓.อาหารที่กระตุ้นให้กระเพาะหลั่งกรดเพิ่มขึ้น เช่น ชา กาแฟ

          อย่าคิดว่ากรดไหลย้อนเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ก็เป็นอีกโรคที่ค่อยๆ เพิ่มความรุนแรงจนอาจทำให้ผู้ที่เป็นเกิดความทรมาน อีกทั้งยังส่งผลกระทบ่อการใช้ชีวิตและประสิทธิภาพในการทำงานเป็นอย่างมากอีกด้วย

 

จากนิตยสาร ชีวจิต ฉบับประจำเดือน ม.ค.๖๓

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..............

แผนกข้อมูลข่าวสาร กองเวชสารสนเทศ (โทร.๕๒๗๐๖)

 

 กำจัดสารก่อภูมิแพ้ในบ้าน

          ด้วยสภาพแวดล้อมและมลภาวะต่างๆ ในปัจจุบันทำให้มีจำนวนผู้ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งพบในเด็กและผู้ใหญ่ โดยอาการของโรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจนอกจากจะกำเริบขึ้นได้จากสารก่อภูมิแพ้และสารระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจภายนอกบ้าน เช่น มลภาวะบนท้องถนน ฝุ่นจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ แล้ว สารก่อภูมิแพ้ภายในบ้านรอบตัวที่ต้องสัมผัสในทุกวันก็เป็นสาเหตุสำคัญของอาการภูมิแพ้ที่มักจะถูกมองข้ามไป

          สมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย แนะนำข้อปฏิบัติพื้นฐาน ๔ ข้อง่ายๆ เพื่อให้บ้านปลอดภัยจากสารก่อภูมิแพ้มากขึ้น ดังนี้

          ๑.ทำความสะอาดบ้านสม่ำเสมอ จัดบ้านให้โล่งโปร่ง

          ๒.ซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม ตากแดดจัดในที่มีลมผัดผ่าน

          ๓.ทำความสะอาดห้องน้ำให้แห้งสมอ เพราะเชื้อราจะเจริญได้ดีในบริเวณชื้นแฉะ

          ๔.ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของสารเคมีให้น้อยที่สุด

          เพราะส่วนใหญ่มักให้ความสนใจกับสภาวะอากาศภายนอกบ้านและกังวลกับสารก่อภูมิแพ้จากภายนอก จนลืมนึกไปว่าสารก่อภูมิแพ้จากภายในบ้านก็มีส่วนสำคัญต่อระบบทางเดินหายใจ ดังนั้นควรดูแลรักษาความสะอาดบ้านของเรากันแล้วเพื่อตัวเองและคนที่คุณรัก

 

จากนิตยสาร ชีวจิต ฉบับประจำเดือน ม.ค.๖๓

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..............

แผนกข้อมูลข่าวสาร กองเวชสารสนเทศ (โทร.๕๒๗๐๖)

อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

          เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ทุกคนย่อมประสบปัญหาจากความเสื่อมของภาวะต่างๆ ในร่างกาย และปัญหาที่สำคัญคือ “อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่” ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ ดังนี้

          ๑.ทางเดินปัสสาวะติดเชื้อแบคทีเรียและอักเสบ ในเพศหญิงเกิดจากสมดุลกรดด่างในช่องคลอดเสียไป ส่วนเพศชายเกิดจากคุณสมบัติการฆ่าเชื้อของสารคัดหลั่งจากต่อมลูกหมากลดลง ทำให้เกิดอาการปวดปัสสาวะบ่อย และปัสสาวะเล็ด-ราดได้

          ๒.ท้องผูก ผู้สูงอายุที่ท้องผูก ก้อนอุจจาระมักจับเป็นก้อนแข็งกดบริเวณท่อปัสสาวะ ทำให้กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ได้

          ๓.ภาวะโรคเบาหวาน ผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานจะกลั้นปัสสาวะได้ไม่นาน เนื่องจากน้ำตาลที่เจือปนออกมาในปัสสาวะทำให้ท่อปัสสาวะระคายเคือง ปวดปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะมากและคุมได้ยาก เกิดปัสสาวะเล็ดได้

          ๔.ข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว ในผู้สูงอายุที่มีข้อจำกัดทางกาย เช่น มีอาการปวดหลัง ปวดข้อ ปวดเข่า ส่งผลให้เดินลำบาก และมักประสบปัญหาปัสสาวะราดก่อนเดินถึงห้องน้ำ

          ๕.ผลข้างเคียงจากากรใช้ยา ยาในกลุ่มยาขับปัสสาวะ ยาแก้หวัด ยาแก้แพ้อากาศ ยาขยายหลอดลม ยาแก้ปวดท้อง ยาแก้ไอ หรือยาลดอาการซึมเศร้า ทำให้เกิดปัญหาปัสสาวะล้นได้

          ๖.ปัญหาด้านจิตใจ ในผู้สูงอายุที่มีความเครียด วิตกกังวล หรือมีภาวะซึมเศร้า อาจมีปัญหาปัสสาวะเล็ดได้

          ๗.ปัญหาทางสมอง แม้จะไม่ได้มีอาการทางกาย แต่โรคทางสมองบางโรคส่งผลให้ผู้สุงอายุเกิดอาการเพ้อ สับสน และตามมาด้วยอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ได้

          อาการปัสสาวะเล็ด หรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญทำให้ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ขาดความมั่นใจ และทำให้ไม่กล้าทำกิจกรรมต่างๆ ตามที่ต้องการ และนำมาซึ่งอาการของโรคซึมเศร้าที่เพิ่มมากขึ้น ตัวช่วยที่ดีเพื่อให้ผู้สูงอายุมีความสุขในการใช้ชีวิตคือ “ผ้าอ้อมผู้ใหญ่”

จากนิตยสาร ชีวจิต ฉบับประจำเดือน ม.ค.๖๓

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..............

แผนกข้อมูลข่าวสาร กองเวชสารสนเทศ (โทร.๕๒๗๐๖)

ข้อสังเกตอาการเบื้องต้นโรคซึมเศร้า

          ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล มีข้อแนะนำในการสังเกตอาการเบื้องต้นของโรคซึมเศร้า ดังนี้

          ด้านอารมณ์

          -รู้สึกท้อแท้ หดหู่ เศร้า รู้สึกต้องฝืนมีความสุข

          -ควบคุมอารมณ์ได้ยาก ความอดทนต่อเรื่องต่างๆ ลดลง หงุดหงิดง่ายขึ้น

          -หมดแรงจูงใจ ทำกิจกรรมลดลง ไม่อยากทำงานอดิเรกหรืองานที่ชอบ หมดไฟ

          -เก็บตัว อยากอยู่คนเดียว แยกตัว ไม่ค่อยเข้าสังคม

          ด้านอาการทางกาย

          -ความอยากอาหารเปลี่ยนไป อาจเบื่ออาหารหรืออยากอาหารมากกว่าปกติ

          -การนอนเปลี่ยนไปจากเดิม อาจหลับยากหลังเข้านอน ตื่นเร็วในตอนเช้า หรือนอนหลังมากเกินกว่าปกติ

          -อ่อนเพลีย รู้สึกเหนื่อยง่าย ไม่ค่อยมีแรงทำกิจกรรม ใช้เวลาทำกิจกรรมง่ายๆ นานขึ้น

          -อาการทางกายที่ไม่ทราบสาเหตุ เช่น ปวดหัว ปวดหลัง อาการระบบทางเดินอาหาร

          -ความต้องการทางเพศลดลง

 

จากนิตยสาร ชีวจิต ฉบับประจำเดือน ก.พ.๖๓

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..............

แผนกข้อมูลข่าวสาร กองเวชสารสนเทศ (โทร.๕๒๗๐๖)

 สมุนไพรบำรุงสายตา

          ปัจจุบันมีปัจจัยหลายสิ่งที่ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหากับดวงตา โดยเฉพาะรังสียูวีจากแสงแดด นอกจากนี้การใช้ชีวิตอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ตของคนไทยนั้นยังสูงถึงวันละ ๘-๑๐ ชั่วโมง จนเป็นสาเหตุให้เกิดโรคทางสายตาได้ ดังนั้นการดูแลดวงตาจึงมีความจำเป็นอย่างมาก

          ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร แนะนำสมุนไพรที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในการดูแลดวงตา โดยอ้างอิงจากงานวิจัยจากอดีตถึงปัจจุบัน ดังนี้

          -ดอกอัญชัน มีสารแอนโทไซยานิน ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มการไหลเวียนเลือด ตามหลอดเลือดฝอยเล็ก ๆ และจอประสาทตา

          -ดอกดาวเรือง มีสารลูทีน ซึ่งช่วยบำรุงดวงตา ช่วยดูดซับแสงสีฟ้าและแสงยูวีที่จอประสาทตา และช่วยป้องกันการเสื่อมของจอประสาทตา ลดความเสี่ยงการเกิดต้อกระจกได้ สมุนไพรทั้งสองชนิดนี้จึงเหมาะที่จะใช้ดูแลและปกป้องดวงตาจากการที่ต้องเผชิญกับรังสียูวี

          -นอกจากนี้ยังมีใบบัวบก มะขามป้อม และขมิ้นชัน ที่มีฤทธิ์ในการเพิ่มการไหลเวียนเลือด ต้านอนุมูลอิสระที่จะทำลายเลนส์ตา ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดจอประสาทตาเสื่อมและการเกิดต้อกระจก

          เริ่มการใช้สายตาแต่เพียงพอเหมาะ หลบเลี่ยงสภาวะที่จะเป็นอันตรายกับดวงตา และเลือกกอินอาหารที่มีประโยชน์ อย่าปล่อยให้สายจนเกินไป มาดูแลและปกป้องดางตาของเรากันตั้งแต่วันนี้

 

จากนิตยสาร ชีวจิต ฉบับประจำเดือน ก.พ.๖๓

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..............

แผนกข้อมูลข่าวสาร กองเวชสารสนเทศ (โทร.๕๒๗๐๖)