บทความสุขภาพเดือน ก.ย.๖๒

      ดาวน์โหลด

          ภาวะจมูกแห้งดูแลได้

 

 

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี แนะนำวิธีป้องกันและบรรเทาอาการจมูกแห้งเนื่องมาจากการเป็นหวัดหรือเป็นภูมิแพ้ที่เราสามารถทำได้ด้วยตนเอง ดังนี้

๑. ใช้ยาหยอดจมูกหรือใช้สเปรย์พ่นจมูกเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นตามคำแนะนำของแพทย์ หรือปรึกษาเภสัชกรหากซื้อยาใช้เอง

๒. เมื่อใช้ยาลดน้ำมูก ยาแก้แพ้ ทั้งยากิน ยาหยอด และยาพ่นจมูกเอง ภายใน ๕-๗ วัน แล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรหยุดยาและปรึกษาแพทย์

๓. เมื่อทำงานหรือนอนในห้องที่มีความชื้นต่ำ เช่น ในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศทั้งวัน อาจใช้เครื่องเพิ่มความชื้น หรือใส่น้ำในแก้วหลายๆ ใบตั้งในห้อง

๔. ดื่มน้ำสะอาดเพิ่มความชุ่มชื้นของเนื้อเยื่อจมูกอย่างน้อยวันละ ๖-๘ แก้ว 

๕. งดเครื่องดื่มคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ โคล่า หรือเครื่องดื่มชูกำลัง เพราะจะไปเพิ่มการขับน้ำทางปัสสาวะ ทำให้เกิดภาวะจมูกแห้งได้

อย่างไรก็ตาม หากมีภาวะจมูกแห้งนานเกิน ๑๐ วัน หรือมีอาการติดเชื้อ เช่น ไข้หวัด มีสารคัดหลั่ง มีเลือดไหลออกจากจมูกไม่หยุด แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาอย่างละเอียดต่อไป

 

จากนิตยสารชีวจิต ฉบับประจำเดือน ต.ค.๖๒ 

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..............

                                                                                                                                                                   แผนกข้อมูลข่าวสาร กองเวชสารสนเทศ (โทร.๕๒๗๐๖)

 

 

ทำไมการนอนหลับจึงสำคัญ

รายงานการศึกษาในฐานข้อมูลสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา กล่าวถึงภาวะเสี่ยงสำหรับผู้ที่นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ ดังนี้

๑. ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานได้ลดลง ซึ่งการนอนหลับไม่เพียงพอส่งผลต่อกระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันและการติดเชื้อในร่างกาย โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาโรคทางระบบภูมิคุ้มกัน

๒. ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความหิว ซึ่งนำไปสู่โรคอ้วน ปัญหาการนอนหลับไม่ดีสามารถเพิ่มความอยากอาหารเพราะมีส่วนสำคัญต่อฮอร์โมนความหิวที่สำคัญคือ เกรลิน และเลปติน โดยที่เกรลินเป็นฮอร์โมนที่สำคัญในกระเพาะอาหาร สมองจะหลั่งฮอร์โมนชนิดนี้มากขึ้นเมื่อรู้สึกหิวและจะลดลงหลังจากที่กินอาหาร ส่วนเลปตินเป็นฮอร์โมนที่ได้จากเซลล์ไขมันในร่างกาย ทำหน้าที่ควบคุมความอยากอาหาร 

๓. การนอนพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง การประมวลผลการเรียนรู้ลดลง การตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นช้าลง ประสิทธิภาพการคิดและตัดสินใจลดลง

เมื่อรู้แล้วอย่าลืมรักษาสุขภาพและฝึกการนอนหลับให้เป็นปกติอย่างน้อย ๖-๘ ชั่วโมงต่อคืนเพื่อสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง

 

จากนิตยสารชีวจิต ฉบับประจำเดือน ต.ค.๖๒ 

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..............

                                                                                                                                                                       แผนกข้อมูลข่าวสาร กองเวชสารสนเทศ (โทร.๕๒๗๐๖)

 

อาหารและการออกกำลังกายในผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง

 

ภาวะไขมันในเลือดสูง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดตีบตัน โดยเราสามารถควบคุม  และป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้ได้ ด้วยการควบคุมระดับไตรกลีเซอไรด์ และคอเลสเตอรอลจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดหรือหลอดเลือดสมองได้

อาหารสำหรับผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง 

๑. ควรบริโภคเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน เช่น เนื้อปลา ไข่ขาว สลับด้วยเต้าหู้บางมื้อในปริมาณที่เหมาะสม

๒. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เช่น ไข่แดง เครื่องในสัตว์ อาหารทะเล เนย เนยแข็ง ครีม ไอศกรีม เป็นต้น

๓. ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง ได้แก่ เค้ก พาย คุกกี้ ขนมครก ไส้กรอก แฮม เบคอน เนื้อสัตว์ติดมัน หรือหนัง และอาหารที่ทอดในน้ำมันมาก เช่น ปาท่องโก๋ มันฝรั่งทอด ไก่ทอด ฯลฯ

๔. หลีกเลี่ยงการบริโภคน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม กะทิ น้ำมันหมู  และการบริโภคเนื้อสัตว์ในสัดส่วนที่มากเกิน เพราะจะทำให้คอเลสเตอรอลในเลือดสูงและเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ

๕. จำกัดปริมาณการใช้น้ำมันในการประกอบอาหารและควรเลือกใช้น้ำมันพืชในการประกอบอาหาร เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันรำข้าว น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันข้าวโพด น้ำมันมะกอกในการประกอบอาหาร

การออกกำลังกายที่เหมาะสม สำหรับผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง ควรเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกคือ การเคลื่อนไหวร่างกาย โดยการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่อย่างต่อเนื่อง เช่น เดิน วิ่งเหยาะ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิก รำมวยจีน ให้เหนื่อยพอสมควรอย่าให้เหนื่อยมาก ทำต่อเนื่องนาน ๒๐ นาที ถึง ๖๐ นาที ค่อยๆ เพิ่มระยะเวลา และความแรง ทำอย่างน้อย ๓ วันต่อสัปดาห์ หรือวันเว้นวัน ควรปฏิบัติตามหลักการออกกำลังกาย ที่ถูกต้องคือ มีช่วงอบอุ่นร่างกาย ช่วงออกกำลังกายและช่วงชะลอ 

       ดังนั้น ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง ควรเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม และออกกำลังกายแบบแอโรบิก อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือด และยังทำให้สมรรถภาพของร่างกายดีขึ้นด้วย

 

จากนิตยสารสุขภาพดี ฉบับประจำเดือน ต.ค.๖๒ 

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..............

                                                                                                                                                              แผนกข้อมูลข่าวสาร กองเวชสารสนเทศ (โทร.๕๒๗๐๖)

 

สุขภาพไตดี

 

ไต มีรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่ว ขนาดเท่ากำปั้น อยู่บริเวณใต้ชายโครงด้านหลังบริเวณเหนือระดับเอว โรคไตสามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่ทารกในครรภ์ เด็กแรกเกิด จนถึงผู้สูงอายุ สาเหตุเกิดจากการทำงาน  ที่ผิดปกติหรือมีการทำงานของไตที่ลดลงโดยดูจากค่าอัตราการกรองของไตที่ผิดปกติ

การทำหน้าที่ของไต

๑. ขับถ่ายของเสียออกทางปัสสาวะ        ๒. ควบคุมน้ำ เกลือแร่ กรด ด่างในร่างกาย

๓. สร้างฮอร์โมน EPO กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง๔. สร้าง Active Vit D. และฮอร์โมนควบคุมความดัน

        ผู้ป่วยด้วยโรคไตจะเข้าสู่โรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย มีสาเหตุมาจาก โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงโรคหลอดเลือดฝอยไตอักเสบ ยังมีสาเหตุอื่นๆ ได้แก่ โรคนิ่วในไต โรคไตอักเสบเรื้อรังจากการติดเชื้อ โรคเก๊าท์  จากการกินยาแก้ปวดต่อเนื่องเป็นเวลานาน โรคถุงน้ำในไตที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ เป็นต้น

การรักษาโรคไตเรื้อรัง

๑. การรักษาแบบประคับประคอง เพื่อชะลอความเสื่อมของไตสำหรับผู้ป่วยระยะเริ่มต้น รับประทานยาและอาหารบำบัด ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงอาหารหรือยาที่มีผลเสียต่อไต

๒. การรักษาด้วยวิธีบำบัดทดแทนไตคือ กระบวนการรักษาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายเพื่อทดแทนไตที่ไม่สามารถทำงานได้ เพื่อช่วยขจัดของเสียที่ค้างอยู่ในร่างกาย สามารถทำได้ ๓ วิธีดังนี้

- การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม นำเลือดผ่านเครื่องไตเทียมไปยังตัวกรองเพื่อฟอกเลือดให้สะอาดระยะเวลา ๔-๕ ชั่วโมง /ครั้ง สัปดาห์ละ ๒-๓ ครั้ง

- การฟอกไตทางช่องท้อง ใส่น้ำยาล้างไตเข้าไปในช่องท้อง โดยอาศัยเยื่อบุช่องท้องเป็นตัวกลางในการ ฟอกเลือด ระยะเวลาวันละ ๔ รอบต่อเนื่องกันทุกวัน หรืออาจใช้เครื่องอัตโนมัติช่วยฟอกทำการเปลี่ยนน้ำยาแทน

- การปลูกถ่ายไต คือ การนำไตที่ดีจากผู้บริจาคใส่ในช่องเชิงกรานของผู้รับไต แต่ผู้รับไตต้องรับประทานยากดภูมิต้านทานสม่ำเสมอ ผู้ให้ไตแบ่งเป็น ๒ ประเภทคือ ผู้ให้ไตที่เสียชีวิตแล้ว และผู้ให้ไตที่ยังมีชีวิต เช่น พ่อ แม่ หรือญาติของผู้ป่วยที่มีเนื้อเยื่อที่เข้ากันได้

จากนิตยสารสุขภาพดี ฉบับประจำเดือน ต.ค.๖๒ 

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..............

                                                                                                                                                               แผนกข้อมูลข่าวสาร กองเวชสารสนเทศ (โทร.๕๒๗๐๖)

 

โรคพิษสุนัขบ้า

 

โรคพิษสุนัขบ้าเกิดจากเชื้อไวรัส Rabies Virus ซึ่งมากับน้ำลายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น สุนัข แมว หนู ลิง กระรอก ค้างคาว สาเหตุเกิดจากการแพร่เชื้อทางน้ำลายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งคนจะติดเชื้อเมื่อถูกกัดหรือข่วน น้ำลายสัตว์ที่มีเชื้อกระเด็นเข้าบริเวณที่มีบาดแผล เยื่อบุตา จมูก ปาก เข้าทางเดินหายใจ

ลักษณะอาการของสัตว์ต้องสงสัย ระยะเริ่มแรกสัตว์จะมีอารมณ์และนิสัยเปลี่ยนแปลง เช่น ปลีกตัวออกห่าง หงุดหงิดง่าย กินข้าวหรือน้ำลดลง ระยะตื่นเต้น จะมีอาการกระวนกระวาย หงุดหงิด ไม่อยู่นิ่ง ชอบกัด เห่าหอน ตัวแข็ง ระยะอัมพาต จะมีอาการคางห้อยตก ลิ้นสีแดงคล้ำ น้ำลายไหล อ่อนแรง ทรงตัวไม่ได้และตายในที่สุด 

อาการของโรคพิษสุนัขบ้า เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกาย เชื้อจะไปตามเส้นประสาทเข้าสู่สมองและไขสันหลัง ผู้ป่วยจะมีอาการสมองและไขสันหลังอักเสบ อาการเริ่มแรกจะมีไข้ต่ำๆ เจ็บคอ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย จากนั้นจะมีอาการคันโดยเฉพาะรอบแผลที่ถูกกัด      มีอาการกระสับกระส่าย กระวนกระวาย กลืนลำบาก ปวดเกร็ง ไม่อยากดื่มน้ำ กลัวน้ำ น้ำลายไหล กล้ามเนื้อกระตุก ชักเกร็ง อัมพาต หมดสติและเสียชีวิตในที่สุด ดังนั้นสิ่งที่ควรทำหลังถูกสุนัขกัดคือ ล้างแผลให้เร็วที่สุดด้วยน้ำสะอาดและสบู่เพื่อลดปริมาณเชื้อ จากนั้นเช็ดแผลให้แห้ง ใส่ยาฆ่าเชื้อ จดจำลักษณะสัตว์ที่กัด สืบประวัติวัคซีนสัตว์และสังเกตอาการของสัตว์นาน ๑๐ วัน และไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง

วิธีป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ควรนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนตามกำหนด ส่วนในคนการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าควรฉีดในกลุ่มเสี่ยง เช่น สัตวแพทย์ หรือเด็ก กรณีของวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าสามารถฉีดภายหลังถูกกัดเพื่อป้องกันโรคได้ เพราะการพัฒนาภูมิคุ้มกันของโรคนั้นเร็วกว่าการแพร่กระจายของเชื้อโรค การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าตามปกติแล้ววัคซีนธรรมดา ๑ ชุดจะมี ๕ เข็มในเวลา ๑ เดือนคือ วันที่ถูกกัด วันที่ ๓,๗,๑๔ และ ๓๐ หลังจากถูกกัด

จากนิตยสารสุขภาพดี ฉบับประจำเดือน ต.ค.๖๒ 

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..............

                                                                                                                                                                    แผนกข้อมูลข่าวสาร กองเวชสารสนเทศ (โทร.๕๒๗๐๖)